ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดที่ไม่เกิดจากอุบัติเหตุ รักษาได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง (Primary spontaneous pneumothorax)
Sep 16 , 2021 1 pm

ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดที่ไม่เกิดจากอุบัติเหตุ รักษาได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง (Primary spontaneous pneumothorax)


ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดคืออะไร
        ทรวงอกของคนปกติจะประกอบไปด้วย ปอด กะบังลม ซี่โครง ทำงานอย่างประสานพร้อมเพรียงกันเพื่อเกิดกระบวนการหายใจเข้านำอากาศมาฟอกที่ปอด และหายใจออกนำอากาศที่ฟอกแล้วออกจากปอด โดยตำแหน่งระหว่างปอดกับซี่โครงจะมีเยื่อหุ้มปอดกั้นไว้ เยื่อหุ้มปอดมีสองชั้นคือเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก (parietal pleura) และเยื่อหุ้มปอดชั้นใน (visceral pleura) พื้นที่ระหว่างเยื่อหุ้มปอดทั้งสองชั้นมีน้ำหล่อลื่นเพื่อช่วยให้กระบวนการหายใจทำงานได้อย่างราบรื่น 

ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด (pneumothorax)
         คือภาวะที่การมีลมค้างในช่องเยื่อหุ้มปอด ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม 
ซึ่งลมที่คั่งเหล่านี้จะส่งผลให้กระบวนการหายใจเปลี่ยนไปจากปกติ
 
 
 
 
ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดเกิดขึ้นได้อย่างไร
        ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ที่พบเจอได้บ่อยมักเกิดจากอุบัติเหตุ ส่งผลให้มีการบาดเจ็บต่อปอดหรือทางเดินหายใจเกิดการรั่วของลมเข้ามาสู่ช่องเยื่อหุ้มปอด หากไม่รวมสาเหตุจากอุบัติเหตุ ลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดสามารถเกิดขึ้นเองได้ (spontaneous pneumothorax) โดยแบ่งสาเหตุเป็น 2 แบบ 
     1)ปฐมภูมิ (primary) 
     2)ทุติยภูมิ (secondary) 
        ลมรั่วแบบทุติยภูมินั้นจะเกิดในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของปอดอยู่เดิมเช่น มีภาวะถุงลมโป่งพอง (emphysema) ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) มีภาวะปอดหรือทางเดินหายใจอักเสบหรือติดเชื้ออยู่เดิม การมีมะเร็งปอด รวมทั้งผู้ป่วยที่มีโรคทางพันธุกรรมกลุ่มมาร์แฟน (Marfan syndrome) โดยมากการมีลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดแบบทุติยภูมินั้นต้องรักษาที่สาเหตุของโรค
        ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่เกิดขึ้นเองแบบปฐมภูมิ มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยอายุน้อย ไม่มีโรคทางปอดอยู่เดิม ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะตรวจพบสาเหตุของลมรั่วจากการมีถุงลมที่ปอดที่ไม่แสดงอาการ โดยมากจะพบถุงลมของปอดเหล่านี้ที่บริเวณส่วนบนของปอด (apex of lung) การแตกของถุงเหล่านี้ส่งผลให้เกิดลมรั่วได้

อาการของภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดแบบปฐมภูมิ
- อาการมักจะเกิดขึ้นขณะพัก อาการมักเป็นขึ้นมาฉับพลันทันที
- ผู้ป่วยมักมีอาการหายใจเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม
- อาการเจ็บแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที 
- อาจมีอาการปวดหน้าอกเวลาหายใจเข้าลึก หรือเวลาไอร่วมด้วย
- ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับปริมาณลมที่ค้างในเยื่อหุ้มปอด หากมีลมรั่วปริมาณที่มากจนกดเบียดหลอดเลือดในช่องอก อาจส่งผลให้เกิดความดันโลหิตตกได้ ผู้ป่วยมีอาการวูบ หมดสติได้ หากเกิดภาวะนี้ (tension pneumothorax) มีความอันตรายถึงชีวิตต้องได้รับการรักษาด่วน อย่างไรก็ตามมีโอกาสเกิดน้อยในผู้ป่วยที่มีลมรั่วแบบเกิดเอง มักเกิดจากกลุ่มผู้ป่วยที่มีลมรั่วจากอุบัติเหตุมากกว่า
 
ปัจจัยเสี่ยง
- พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
- มักพบในคนอายุน้อย ช่วงอายุ 10-30 ปี
- การสูบบุหรี่
- มักเกิดในคนที่มีรูปร่างผอม สูง

แนวทางการรักษา
   ผู้ป่วยที่มารับการรักษาด้วยอาการข้างต้นมักจะได้รับการวินิจฉัยเบื้องต้นจากการทำเอกซเรย์ปอด ซึ่งจะพบภาวะลมรั่วและสามารถประเมินขนาดของลมรั่วที่เกิดขึ้นได้คร่าวๆ โดยการรักษาจะแตกต่างกัน
- หากมีขนาดของลมรั่วที่น้อย สามารถรับการรักษาด้วยการนอนโรงพยาบาล หายใจออกซิเจน 100% ผ่านหน้ากาก เพื่อเร่งการดูดซับของลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
- หากมีขนาดของลมรั่วที่มาก ผู้ป่วยจะได้รับการใส่สายระบายทรวงอกเพื่อระบายลม และติดตามอาการในโรงพยาบาล เพื่อประเมินการหายของภาวะลมรั่ว
- หลังปอดขยาย ผู้ป่วยมักจะได้รับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพิ่มเติมเพื่อตรวจหาสาเหตุของลมรั่วและวางแผนการรักษาต่อไป

กลุ่มผู้ป่วยที่ควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดคือ 

1.ผู้ป่วยที่มีถุงลมขนาดใหญ่จากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
2.ผู้ป่วยที่เกิดภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดข้างเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง 
3.ผู้ป่วยที่มีภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดสองข้าง
4.ผู้ป่วยที่มีลมรั่วต่อเนื่องแม้ใส่สายระบายลมไว้แล้ว
5.ผู้ป่วยที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนความดันบ่อยๆ เช่น ขึ้นเครื่องบิน ดำน้ำ เนื่องจากสถานการณ์เหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงในการแตกของถุงลมได้
การผ่าตัดเปิดและการผ่าตัดผ่านกล้อง
การผ่าตัดแบบเปิด
     การผ่าตัดด้วยการเปิดแผลขนาดใหญ่บริเวณทรวงอกด้านที่มีลมรั่ว โดยแผลอาจมีขนาดใหญ่ถึง 10-20 cm หลังเปิดแผลเข้าทรวงอกได้ ต้องใช้เครื่องมือถ่างขยายซี่โครงเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับศัลยแพทย์เข้าไปผ่าตัดในช่องอก มีโอกาสเกิดซี่โครงหักจากการถ่างขยายได้
การผ่าตัดผ่านกล้อง
     ผ่าตัดด้วยการเปิดแผลขนาดเล็ก 2-3 แผล แต่ละแผลขนาดไม่เกิน 2 cm เพื่อใส่เครื่องมือ และกล้องเข้าไปผ่าตัด ระหว่างผ่าตัดสามารถเห็นภาพได้ชัดจากกล้องที่ใส่เข้าไปในช่องอก โดยการผ่าตัดสามารถใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติเพื่อตัดเนื้อปอดส่วนที่มีพยาธิสภาพได้อย่างปลอดภัย หลังตัดปอดมักจะมีการทำให้ช่องเยื่อหุ้มปอดอักเสบเพื่อทำให้เกิดพังผืดในช่องเยื่อหุ้มปอด ลดการกลับเป็นซ้ำของโรคได้

 

การผ่าตัดส่องกล้องมีโอกาสกระดูกซี่โครงหักน้อย ส่งผลให้มีอาการปวดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด และฟื้นตัวไวกว่า

ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง
-      ปวดแผลผ่าตัดน้อยกว่า ลดการใช้ยาแก้ปวด
-      ฟื้นตัวกลับไปทำงานปกติได้ไวกว่า
-      โอกาสซี่โครงหักระหว่างผ่าตัดน้อยกว่า
-      แผลขนาดเล็กกว่า
-      มีโอกาสกลับเป็นซ้ำน้อยพอๆกับการผ่าตัดแบบเปิด
 
 
นพ.นพพล เฟื่องวรรธนะ
ศัลยกรรมทั่วไป
โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่