นิ่วในระบบทางเดินน้ำดี (Gall Stone)
Mar 24 , 2016 3 pm

 นิ่วในระบบทางเดินอาหาร


    

นิ่วถุงน้ำดี (Gall Stone)

ถุงน้ำดีซึ่งเป็นน้ำย่อยที่ย่อยอาหารกลุ่มไขมันจะมีสารโคเลสเตอรอลละลายอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะจำนวนหนึ่ง คนที่จะเป็นนิ่วมักจะมีการหลั่งโคเลสเตอรอลออกมาในน้ำดีมากเกินปกติ ประกอบกับเยื่อบุผิวภายในถุงน้ำดีมีความผิดปกติอันเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรัง (แบบไม่รู้ตัวคือไม่มีอาการผิดปกติให้เห็น) ทำให้มีการดูดซึมน้ำและกรดน้ำดีออกไปจากน้ำดี ทำให้สัดส่วนของสารต่างๆในน้ำดีเสียดุลไป เป็นเหตุให้มีการตกผลึกของโคเลสเตอรอลขึ้น โดยมีสารแคลเซียม (หินปูน) จับตัวร่วมด้วยในสัดส่วนต่างๆกลายเป็นก้อนนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งอาจเป็นก้อนนิ่วเดี่ยว หรือเป็นก้อนเล็กๆหลายก้อนก็ได้


ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

 

 

 

 

 

@พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
@พบในผู้มีรูปร่างท้วมหรืออ้วนมากกว่าคนผอม
@มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี
@มักมีอาการอาหารไม่ย่อยบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง

 

 

 

 

 

   

 

 
อาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดี

@ อาจไม่พบอาการผิดปกติใดเลย
@ ช่วงแรกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืดเรอลมบ่อยๆ โดยเฉพาะกินอาหารมันหรือมื้อใหญ่
@ บางรายมีอาการปวดเฉียบพลัน เช่น จุกเสียดแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือใต้ชายโครงขวา ปวดบิดเกร็งเป็นพักๆ อาการจุกเสียดบางครั้งอาจร้าวไปยังหัวไหล่ขวา หรือทะลุหลัง
@ อาการปวดนานครั้งละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
@ เมื่อมีการอักเสบของถุงน้ำดี จะมีอาการปวดท้องมาก คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีไข้ร่วมด้วยได้ และหากนิ่วหลุดมาอุดตันในทางเดินน้ำดีจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ไข้สูงหนาวสั่น อาจติดเชื้อในกระแสโลหิตรุนแรง

 

 

    อันตรายอันอาจเกิดจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีคือ

 

 

 

@ถุงน้ำดีอักเสบ(Acute cholecystitis)  ถุงน้ำดีเป็นหนอง (Empyema gallbladder)
@Acute cholangitis มีการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีทำให้มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ติดเชื้อในกระแสโลหิตอย่างรวดเร็ว
@Gallstone Pancreatitis อาจทำให้มีการอักเสบของตับอ่อนร่วมด้วย ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
@ถ้านิ่วขนาดใหญ่ค้างอยู่เป็นนาน อาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้

 


 


 

การวินิจฉัย


 

     การวินิจฉัยโรคสามารถทำได้จากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย เจาะเลือด และทำการตรวจด้วยเครื่อง ultrasound ทางหน้าท้องซึ่งจะให้ผลแม่นยำ และรวดเร็ว

การรักษา

        ปัจจุบันนี้การผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy,LC) ถือการรักษามาตรฐาน และด้วยความชำนาญของแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้องที่มากขึ้นทำให้ระดับความรุนแรงของถุงน้ำดีอักเสบไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องอีกต่อไป ซึ่งความเจ็บปวดและอันตรายจากการผ่าตัดจะมีน้อยมากเมื่อได้รับการผ่าตัดรักษาโดยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

  

ข้อดีของการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านทางกล้อง 

การผ่าตัดผ่านกล้อง

   การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

- เจ็บน้อยกว่ามาก

- อยู่โรงพยาบาล 1-2 วัน

- กลับไปทำงานตามปกติได้เร็ว

- มีแผลเป็นขนาดเล็ก  ไม่น่าเกลียด

- เจ็บแผลมากกว่า

- อยู่โรงพยาบาล 5-7 วัน

- ต้องพักฟื้นหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์

- มีแผลเป็นขนาดใหญ่



เมื่อพบว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี แต่ปล่อยไว้โดยไม่ต้องผ่าตัดรักษาได้หรือไม่ ?

     คำตอบคือได้ .. แต่..  ต้องรับทราบว่าภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นนั้นในบางครั้งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  อาจมีการอักเสบของถุงน้ำดีทำให้การผ่าตัดทำได้ยากขึ้นและอาจไม่สามารถทำการผ่าตัดผ่านทางกล้องได้ และหากมีนิ่วอุตันทางเดินน้ำดีต้องได้รับการส่องกล้องคล้องนิ่วในท่อทางเดินน้ำดีฉุกเฉินร่วมด้วย  



ทำไมจึงต้องรักษานิ่วในถุงน้ำดีแต่เนิ่นๆ ?

     เพราะในปัจจุบันการผ่าตัดรักษานิ่วในถุงน้ำดีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทำได้ง่ายมากด้วยการผ่าตัดผ่านทางกล้อง ซึ่งความเจ็บปวดและอันตรายจากการผ่าตัดจะมีน้อยมากเมื่อได้รับการผ่าตัดรักษาโดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ


 

 

 

 

การรักษานิ่วถุงน้ำดีผ่าตัดเปิดแบบเดิมและการผ่าตัดผ่านกล้อง


 

 

 

 

 

 

 

 

พญ. กมเลส  ประสิทธิ์วรากุล
ศัลยกรรมทั่วไปและเฉพาะทางผ่าตัดผ่านกล้อง
โรงพบาบาลกรุงเทพหาดใหญ่