มะเร็งตับ
Mar 17 , 2016 2 pm
 
มะเร็งตับ  (Liver Cancer)

โรคมะเร็งตับเป็นโรคที่มักจะแสดงอาการให้ทราบเมื่อโรคมีการลุกลามไปมากแล้ว จึงทำให้ตรวจพบโรคได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น หากเราสามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งตับได้ในระยะแรกๆที่เริ่มมีมะเร็งเกิดขึ้นก็สามารถช่วยผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวขึ้น

อาการที่พบบ่อยของมะเร็งตับ

•  น้ำหนักลด

•  แน่นท้อง หรือทานได้น้อยลง

•  เบื่ออาหาร

•  คลื่นไส้อาเจียน

•  ตับโต โดยจะคลำได้ก้อนใต้ชายโครงขวา

•  ม้ามโต โดยจะคลำได้ก้อนใต้ชายโครงซ้าย

•  ปวดท้องหรือปวดร้าวบริเวณไหล่ด้านขวา

•  บวมหรือมีน้ำในท้อง

•  คันตามตัว

•  ตัวเหลืองหรือดีซ่าน

•  บางรายอาจมีไข้ เส้นเลือดบนผิวท้องเห็นชัดเจนขึ้น  มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงของสารต่างๆในเลือดจากโรคมะเร็งตับ ทำให้เกิดอาการต่างๆ นำไปสู่การช่วยวินิจฉัยมะเร็งตับ เช่น

•  ค่าการทำงานตับเปลี่ยนแปลงไปในคนที่มีตับอักเสบเรื้อรังหรือตับแข็ง

•  ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน เกิดตะคริว

          ·      ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้หน้ามืด เป็นลมง่าย

          ·      ภาวะเต้านมโตผิดปกติในเพศชาย เป็นต้น


 

วิธีการวินิจฉัยโรคมะเร็งตับ

•  ซักประวัติ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งตับ เช่นเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง หรือโรคตับแข็งมาก่อน

•  การตรวจร่างกาย เพื่อดูลักษณะดีซ่าน (ตาเหลืองหรือตัวเหลือง) คลำตับ และต่อมน้ำเหลือง

•  การตรวจเลือด ดูการทำงานของตับ (Liver function test) ตรวจหาค่ามะเร็งตับ แอลฟ่าฟีโตโปรตีน ( Alpha-fetoprotein : AFP )

•  การตรวจอัลตราซาวน์ เป็นการตรวจเบื้องต้นที่ง่ายที่สุดในการระบุโรคมะเร็งตับ การตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้องจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพพื้นฐานในปัจจุบัน

•  การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์  ( CT SCANS )  หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ( MRI ) ในกรณีที่สงสัยมะเร็งตับ แพทย์จะส่งตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม เพื่อ

 - ระบุตำแหน่ง ขนาดของโรคมะเร็งตับ

 - บอกการแพร่กระจาย หรือระยะของโรค

 - ช่วยระบุตำแหน่งในการเจาะชิ้นเนื้อ เพื่อยืนยันคำวินิจฉัยโรค

•  การสแกนกระดูก (Bone scan) และเอ็กซเรย์ปอด (Chest X-ray)

 

โรคมะเร็งตับเมื่อมีการลุกลามออกไป มักมีการแพร่กระจายไปยังปอด และกระดูก ดังนั้นการตรวจแสกนกระดูกช่วยระบุระยะของโรคที่แท้จริงก่อนเริ่มต้นการรักษา


การตรวจอื่นๆ บางครั้งในการวินิจฉัยโรค แพทย์จำเป็นต้องทำการตรวจพิเศษบางอย่าง เพื่อช่วยให้วางแผนการรักษาโรคได้ถูกต้อง แม่นยำขึ้น  เช่น

•  การส่องกล้อง (Laparoscopy) การส่องกล้องจะทำในห้องผ่าตัด หลังการวางยาสลบ โดยแพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไปดูลักษณะของตับ รวมทั้งอวัยวะภายในอื่นๆ รวมถึงตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ หรือบางครั้งที่ผ่าตัดรักษา หากก้อนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้อย่างปลอดภัย

•  การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา(Biopsy) การตัดชิ้นเนื้อเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค จะทำในรายที่การตรวจอื่นๆยังไม่ชัดเจนนักว่าเป็นมะเร็งตับหรือไม่ การตัดชิ้นเนื้อทำโดยการสอดเข็มขนาดเล็กผ่านผิวหนังเข้าไปในตับโดยอาศัยเครื่องอัลตราซาวน์ช่วยระบุตำแหน่ง

การผ่าตัดผ่านกล้องรักษาโรคของตับมีการพัฒนาขึ้นมากโดยเครื่องมือพิเศษเพื่อวินิจฉัยและช่วยรักษาก้อนในตับ รวมไปถึงโรคมะเร็งตับ




นพ.จุมพต บ่อเกิด

ผู้อำนวยการศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้อง

MIS Network Thailand